Home
ภาคเหนือ
ภาคใต้
ภาคตะวันออก
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
เกี่ยวกับเรา
ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร     อ. สุไหงโกลก จ. นราธิวาส
    ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร (ป่าพรุโต๊ะแดง) ป่าพรุสิรินธรเป็นส่วนหนึ่งของป่า
    พรุโต๊ะแดง ป่าพรุแห่งสุดท้ายของประเทศไทย ซึ่งคลุมพื้นที่ของ 3 อำเภอ คือ อำเภอตากใบ อำเภอสุไหงโกลก
    และอำเภอสุไหงปาดี มีพื้นที่ประมาณ 120,000 ไร่ แต่ส่วนที่สมบูรณ์โดยประมาณมีเพียง 50,000 ไร่ เป็นป่าที่
    ยังคงความอุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์ป่าและ พรรณไม้ พื้นที่ป่าพรุมีลำน้ำสำคัญหลายสายไหลผ่าน คือ คลองสุไหง
    ปาดี แม่น้ำบางนรา และคลองโต๊ะแดง อันเป็นที่มาของชื่อป่า
    ภายในศูนย์ฯ ได้จัดให้มีทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ เพื่อประชาสัมพันธ์ความรู้ด้านต่างๆ ที่
    เกี่ยวกับธรรมชาติของป่าพรุ เริ่มที่บึงน้ำด้านหลังอาคารศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธรเป็นสะพาน
    ไม้ต่อลัดเลาะเข้าไปในป่าพรุ ระยะทาง 1,200 เมตร บางช่วงเป็นสะพานไม้ร้อยลวดสลิง บางช่วงเป็นหอสูง
    สำหรับมองทิวทัศน์เบื้องล่างที่ชอุ่มไปด้วยไม้นานาพรรณในป่าพรุ จะมีป้ายชื่อต้นไม้ที่น่าสนใจ และซุ้มความ
    รู้อยู่เป็นจุดๆ สำหรับให้ความรู้แก่ผู้เดินชมด้วย เปิดทุกวันเวลา 8.00–16.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม และยังมีห้อง
    จัดนิทรรศการให้ความรู้แก่คนที่มาเที่ยวชมอีกด้วย
   
   
    ป่าพรุ หรือ peat swamp forest เกิดขึ้นได้อย่างไร ? คำตอบคือ เกิดจากแอ่งน้ำ
    จืดขังติดต่อกันชั่วนาตาปี และมีการสะสมของชั้นดินอินทรียวัตถุ ก็คือซากพืช ซากต้นไม้
    ใบไม้ จนย่อยสลายอย่างช้าๆ กลายเป็นดินพีท (peat) หรือดินอินทรีย์ที่มีลักษณะหยุ่นยวบ
    เหมือนฟองน้ำมีความหนาแน่นน้อยอุ้มน้ำได้มาก และพบว่ามีการสะสมระหว่างดินพีท กับดิน
    ตะกอนทะเล สลับชั้นกัน 2-3 ชั้น เนื่องจากน้ำทะเลเคยมีระดับสูงขึ้นจนท่วมป่าพรุ เกิดการ
    สะสมของตะกอน น้ำทะเลถูกขังอยู่ด้านใน พันธุ์ไม้ในป่าพรุตายไปและเกิดป่าชายเลนขึ้น
    แทนที่ เมื่อระดับน้ำทะเลลดลงและมีฝนตกลงมาสะสมน้ำที่ขังอยู่จึงจืดลง และเกิดป่าพรุขึ้น
    อีกครั้ง ดินพรุชั้นล่างมีอายุถึง 6,000-7,000 ปี ส่วนดินพรุชั้นบนอยู่ระหว่าง 700-1,000 ปี
    ระบบนิเวศน์ในป่าพรุนั้นมีหลากหลาย ทุกชีวิตล้วนเกี่ยวพันต่อเนื่องกัน ไม้ยืนต้น
    จะมีระบบรากแขนงแข็งแรงแผ่ออกไปเกาะเกี่ยวกันเพื่อจะได้ช่วยพยุงลำต้นของกันและกันไห้
    ทรงตัวอยู่ได้ ฉะนั้นต้นไม้ในป่าพรุจึงอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หากต้นใดล้ม ต้นอื่นจะล้มตามไปด้วย
    พันธุ์ไม้ที่พบในป่าพรุมีกว่า 400 ชนิด บางอย่างนำมารับประทานได้ เช่น หลุมพี
    ซึ่งเป็นไม้ในตระกูลปาล์ม มีลักษณะต้นและใบคล้ายปาล์ม แต่มีหนามแหลมอยู่ตลอดก้าน
    ผลมีลักษณะคล้ายระกำ แต่จะเล็กกว่า รสชาติออกเปรี้ยว ชาวบ้านนำมาดองและส่งขายฝั่ง
    มาเลเซีย ซึ่งคนมาเลย์จะนิยมมาก ฤดูเก็บจะอยู่ในช่วงเดือน พฤศจิกายน-มีนาคม ถ้าเป็นช่วงอื่นจะหายาก
    และราคาสูง บางอย่างเป็นพืชพรรณในเขตมาเลเซีย เช่น หมากแดง ซึ่งมีลำต้นสีแดง เป็นปาล์มชั้นดีมีราคา มีผู้
    นิยมนำไปเพาะเพื่อประดับสวน เพราะความสวยของกาบและใบ ลำต้นมีสีแดงดังชื่อ ยังมีพืชอีกหลายชนิดที่
    น่าสนใจ เช่น ปาหนันช้าง พืชในวงศ์กระดังงาที่มีดอกใหญ่และ กล้วยไม้กับพืชเล็กๆ ที่สังเกตดีๆจะได้เห็น
    สัตว์ป่าที่พบกว่า 200 ชนิด เช่น ค่าง ชะมด หมูป่า หมีขอ แมวป่าหัวแบน(ซึ่งเป็นสัตว์คุ้มครองที่
    หายากอีกชนิดหนึ่งของไทย) หนูสิงคโปร์ พบค่อนข้างยากในคาบสมุทรมลายูแต่ชุกชุมมากบนเกาะสิงคโปร์
    สำหรับประเทศไทยพบชุกชุมในป่าพรุโต๊ะแดงนี้เท่านั้น และหากป่าพรุถูกทำลายหนูเหล่านี้อาจออกไปทำลาย
    ผลิตผลของเกษตรกรในพื้นที่โดยรอบได้ ปาดนิ้วแยกมลายู ที่อาศัยอยู่เฉพาะทางใต้ของไทยและมลายู
    พันธุ์ปลาที่พบ ได้แก่ ปลาปากยื่น เป็นปลาชนิดใหม่ของโลกพบที่ป่าพรุสิรินธรนี้เท่านั้น ปลาดุก
    รำพัน ที่มีรูปร่างคล้ายงูซึ่งอาจพัฒนาเป็นปลาเศรษฐกิจที่ใช้เลี้ยงในแหล่งที่มีปัญหาน้ำเปรี้ยวได้ ปลากะแมะ
    รูปร่างประหลาดมีหัวแบนๆ กว้างๆ และลำตัวค่อยๆ ยาวเรียวไปจนถึงหาง มีเงี่ยงพิษอยู่ที่ครีบหลัง ปลา
    เหล่านี้จะอาศัยป่าพรุเป็นพื้นที่หลบภัยและวางไข่ก่อนที่จะแพร่ลูกหลานออกไปให้ชาวบ้านได้อาศัยเป็นเครื่อง
    ยังชีพ
   
   
    นกที่นี่มีหลายชนิด แต่ที่เด่นๆ ได้แก่ นกกางเขนดงหางแดง มีมากในเกาะ
    สุมาตรา เกาะบอร์เนียว และมาเลเซีย ในประเทศไทยพบครั้งแรกที่นี่เมื่อปี พ.ศ. 2530 นกจับ
    แมลงสีฟ้ามาเลเซีย ซึ่งในประเทศไทยจะพบที่ป่าพรุสิรินธรเพียงแห่งเดียวเท่านั้น และปัจจุบัน
    นกทั้งสองชนิดอยู่ในภาวะล่อแหลมต่อการสูญพันธุ์
    ความน่าสนใจของป่าพรุไม่ใช่เพียงแต่ พรรณไม้แปลกๆ สัตว์ป่าหายาก แต่คนที่
    ไปเที่ยวโดยเฉพาะเด็กๆจะได้ประสบการณ์ชีวิตกลับไปมากมาย จากธรรมชาติรอบตัวบางที
    หากเดินชมธรรมชาติเงียบๆอาจจะได้พบสัตว์ป่ากำลังหาอาหารอยู่ก็เป็นได้ เส้นทางนี้นำเรา
    เข้าไปหาธรรมชาติอย่างใกล้ชิดแต่ก็ไม่ได้นำเราเข้าไปล่วงเกินธรรมชาติมากนัก
    หากนำคู่มือดูนก สมุดบันทึก ดินสอสี กล้องส่องตา กล้องถ่ายรูป และยาทากัน
    ยุงไปด้วย อาจจะเพลิดเพลินจนใช้เวลาในนี้ได้ทั้งวัน อากาศสดชื่นเย็นสบายในป่าพรุก็ยังทำ
    ให้คนที่เข้าไปเยือนรู้สึกสดชื่นประทับใจ แต่ช่วงเวลาที่มาท่องเที่ยวได้สะดวกคือ กุมภาพันธ์-
    เมษายน เพราะฝนจะตกน้อยที่สุด เนื่องจากป่าพรุมีภูมิอากาศแบบคาบสมุทร ฉะนั้นจึงมีฝน
    ตกชุกตลอดปี
    สิ่งที่ต้องให้ความระมัดระวังก็คือ ยุงดำ สัตว์กินเลือด พาหะนำโรคเท้าช้าง ซึ่งจะมีอยู่ชุกชุมและ
    ออกหาอาหารในช่วงเวลาค่ำ และ ไฟป่า ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการสูบบุหรี่ โดยเผลอทิ้งก้นบุหรี่ลงไป เมื่อป่าพรุ
    เกิดไฟป่าแล้วจะดับยากมากกว่าป่าชนิดอื่น เนื่องจากเชื้อเพลิงไม่ได้มีแค่ต้นไม้ในป่า แต่รวมไปถึงซากไม้ และ
    ต้นไม้ที่ทับถมกันในชั้นดินพรุ จึงเป็นไฟที่ลุกลามลงไปใต้ดิน ทำให้การควบคุมหรือดับไฟลำบาก ไฟจะคุกรุ่นกิน
    เวลานับเดือนๆ ต้องรอจนกว่าจะมีฝนตกชุก น้ำท่วมผิวดินไฟจึงจะดับสนิท

การเดินทาง
หากเดินทางโดยรถไฟจากกรุงเทพฯจะค่อนข้างสะดวกกว่า เพราะสถานีปลายทางอยู่ ที่อำเภอสุไหงโกลก หากมิได้นำรถมาเองสามารถใช้บริการรถรับจ้างจากตัวเมืองสุไหงโกลกได้โดยสะดวก ทางรถยนต์จากอำเภอตากใบใช้เส้นทางตากใบ - สุไหงโกลก (ทางหลวงหมายเลข 4057) ประมาณ 5 กิโลเมตร จะมีทางแยกเล็กๆ เข้าสู่ถนนชวนะนันท์ เข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปอีก 2 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางเข้าสู่ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธรเป็นระยะ สอบถามรายละเอียดที่ ตู้ ปณ. 37 อำเภอสุไหงโกลก นราธิวาส 96120
โปรแกรมท่องเที่ยวในประเทศ
โปรแกรมท่องเที่ยวต่างประเทศ
แพ็คเกจทัวร์
ข้อมูลท่องเที่ยว
ประเทศไทย
ภาคเหนือ :
แม่ฮ่องสอน ปาย , ทุ่งดอกบัวตอง , ปางอุ๋ง , บ้านรวมไทย ,ถ้ำแก้วโกมล , ถ้ำลอด , ดอยกองมู , ภูโคลน , กะเหรี่ยงคอยาว , บ้านรักไท , ดอยกองมู , น้ำตกแม่สุรินทร์ , วัดจองกลาง , วัดจองคำ , วัดก้ำก่อ , วัดน้ำฮู , วัดแม่เย็น
เชียงใหม่ ดอยอ่างขาง , ดอยอินทนนท์ , ห้วยน้ำดัง , ออบหลวง , ดอยสุเทพ , เวียงกุมกาม , กิ่วแม่ปาน , ม่อนจอง , หมีแพนด้า , สวนสัตว์เชียงใหม่ , พระำตำหนักภูพิงค์ ฯ , โป่งเดือดป่าแป๋
เชียงราย ภูชี้ฟ้า , ดอยตุง , สามเหลี่ยมทองคำ , ดอยแม่สลอง , วัดร่องขุ่น
พิษณุโลก ภูทับเบิก , ล่องแก่งลำน้ำเข็ก , ภูหินร่องกล้า
ลำปาง วัดพระธาตุลำปางหลวง , เงาพระธาตุกลับหัว , น้ำตกแจ้ซ้อน

ภาคใต้ :
กระบี่ ทะเลแหวก , สระมรกต , น้ำตกร้อน , อ่าวนาง , เกาะปอดะ , เกาะพีพี , ท่าปอม , คลองสองน้ำ
ตรัง ทะเลตรัง , ถ้ำมรกต , ถ้ำเลเขากอบ
พังงา หมู่เกาะสุรินทร์ , หมู่เกาะสิมิลัน
สตูล ตะรุเตา , เกาะหลีเป๊ะ

ภาคกลาง : สังขละบุรี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ภูกระดึง , ปราสาทหินพนมรุ้ง , อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม , ทุ่งดอกกระเจียว

ประเทศเพื่อนบ้าน
ลาว : ลาวเหนือ : หลวงพระบาง , หลวงพระบาง , วัดเชียงทอง , พระธาตุพูสี , พิพิธภัณฑ์พระราชวังเจ้าฟ้ามหาชีวิต
ลาวใต้ : หลี่ผี , คอนพะเพ็ง , ปราสาทวัดพู
เขมร : นครวัด , นครธม , บายน , บันทายสรี , ตาพรหม , โตนเลสาป , บันทายสำเหร่
พม่า : เชียงตุง , ชเวดากอง , หงสาวดี , ย่างกุ้ง , พุกาม , มัณฑะเลย์ , อมรปุระ , สกายน์ , เจดีย์มิงกุน
จีน : สิบสองปันนา , เชียงรุ้ง , กาหลั่นป้า , คุนหมิง , แชงกรีลา , ต้าลี่ , ลี่เจียง , จงเตี้ยน , เต๋อชิง , ธารน้ำแข็งหมิงหย่ง , จิ่วจ้ายโกว , จิ่วไจ้โกว , หวงหลง , จิ่วจ้ายพาราไดซ์ , จิ่วไจ้พาราไดซ์ , จิ่วจ้ายเทียนถาน , ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า , วัดเป่าเอิน
เวียดนาม : เวียดนามเหนือ : ฮานอย , ฮาลอง , ฮาลองบก , นิงห์บิงห์ , หุ่นกระบอกน้ำ , ทะเลสาบคืนดาบ , ฮวาลือ
เวียดนามกลาง : ฮอยอัน , เว้ , ดานัง , เทียนหมุ , ไคห์ดิ่ง , สุสานจักรพรรดิไคห์ดิ่ง , วัดฟุกเกี๋ยน

เทศกาลงานประเพณี : ผีตาโขน , ยี่เป็ง , งานพืชสวนโลก , งานราชพฤกษ์
ข้อมูลที่น่าสนใจ : นครวัด , เขมร , กระบี่ , คาราวาน

รวมข้อมูล โรงแรม - รีสอร์ท ทั่วไทย
เว็บไซท์เพื่อนบ้าน : Thairoomrate , TourThai , TripAngkor , Natureclub , beach Phang-Nga , KrabiSea
เว็บไซท์เพื่อนบ้าน : EZyTrip , TripAngkor , Natureclub , KrabiSea

ดำน้ำดูปะการัง หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน