| Home | ![]() |
| ภาคเหนือ | |
| ภาคใต้ | |
| ภาคตะวันออก | |
| ภาคกลาง | |
| ภาคอีสาน | |
| เกี่ยวกับเรา |
| พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม อ. พระนครศรีอยุธยา จ. อยุธยา |
| พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วังจันทรเกษมหรือวังหน้า ตั้งอยู่ถนนอู่
ทอง ริมแม่น้ำป่าสักมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะเมืองใกล้ตลาดหัวรอ วังจันทรเกษมสร้างในสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราชขณะยังทรงเป็นมหาอุปราชครองเมืองพิษณุโลกเมื่อพ.ศ.2112 เคยใช้เป็นที่ ประทับของสมเด็จพระยุพราชและพระมหากษัตริย์หลายพระองค์เมื่อคราวเสียกรุงในปีพ.ศ.2310 วังนี้ได้ ถูกข้าศึกเผาทำลายเสียหายมากและถูกทิ้งร้าง จนถึงรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์โปรดเกล้าฯ ให้ ซ่อมพระที่นั่งพิมานรัตยาและพลับพลาจตุรมุขไว้เป็นที่ประทับเมื่อเสด็จประพาสพระนครศรีอยุธยา ต่อมา ในรัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานให้เป็นที่ว่าการมณฑลอยุธยาและรัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนเป็น ศาลากลางจังหวัดจนเมื่อได้สร้างศาลากลางใหม่แล้ว กรมศิลปากรจึงได้เข้ามาดูแลและจัดทำเป็นพิพิธ ภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษมจนกระทั่งปัจจุบัน โบราณสถานโบราณวัตถุที่น่าสนใจในพระราชวังจันทรเกษม มีดังนี้ กำแพงและประตูวัง เป็นสิ่งที่สร้างใหม่ในรัชกาลที่ 4 ของเดิมมีอาณาเขตกว้างขวางกว่าที่เห็นใน ปัจจุบัน เพราะขุดพบรากฐานของพระที่นั่งนอกกำแพงวัดด้านใน และพบซากอิฐในบริเวณเรือนจำหลาย แห่ง พลับพลาจตุรมุข เป็นพลับพลาเครื่องไม้ ตั้งอยู่บนศาลาใกล้ประตูวังด้านทิศตะวันออก เดิมเป็นที่ ประทับของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เวลาเสด็จประพาส ปัจจุบันจัดแสดงเครื่อง ชามลายครามของจีน อาวุธสมัยโบราณ และเครื่องราชูปโภคของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระที่นั่งพิมานรัตยา เป็นตึกหมู่อยู่กลางพระราชวัง เคยเป็นที่ตั้งศาลากลางมณฑลและจังหวัดมา หลายปี ปัจจุบันจัดแสดงพระพุทธรูป เทวรูป พระพิมพ์สมัยต่างๆ และเครื่องไม้จำหลักสมัยอยุธยา พระที่นั่งพิสัยศัลลักษณ์ หรือ หอส่องกล้อง เป็นหอสูงสี่ชั้นอยู่ที่ริมพระราชวังด้านทิศตะวันตก สร้างในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่หักพังลงมาเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 หอที่เห็นอยู่ใน ปัจจุบันสร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 ตามรากฐานเดิม ทรงใช้เป็นที่ประทับทอดพระเนตรดาว การเดินทาง หากมาจากกรุงเทพฯ เข้าตัวเมืองอยุธยา เมื่อข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แล้วให้เลี้ยวซ้ายตรงไปจนถึงสามแยกเลี้ยวซ้ายอีกครั้งและตรงไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะผ่านตลาด เจ้าพรหม จากนั้นจะเห็นพิพิธภัณฑ์อยู่ทางซ้ายมือ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ วันอังคารและ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทยคนละ 10 บาท ชาวต่างประเทศคนละ 30 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. (035) 251586 |
| ข้อมูลท่องเที่ยว | ||||||||||||||||||||||||||||
|
ประเทศไทย ภาคเหนือ :
ภาคใต้ :
ภาคกลาง : สังขละบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ภูกระดึง , ปราสาทหินพนมรุ้ง , อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม , ทุ่งดอกกระเจียว ประเทศเพื่อนบ้าน
เทศกาลงานประเพณี : ผีตาโขน , ยี่เป็ง , งานพืชสวนโลก , งานราชพฤกษ์ | ||||||||||||||||||||||||||||
| ข้อมูลที่น่าสนใจ : นครวัด , เขมร , กระบี่ , คาราวาน | ||||||||||||||||||||||||||||
รวมข้อมูล โรงแรม - รีสอร์ท ทั่วไทย |
||||||||||||||||||||||||||||
| เว็บไซท์เพื่อนบ้าน : Thairoomrate , TourThai , TripAngkor , Natureclub , beach Phang-Nga , KrabiSea | ||||||||||||||||||||||||||||
| เว็บไซท์เพื่อนบ้าน : EZyTrip , TripAngkor , Natureclub , KrabiSea |
ดำน้ำดูปะการัง หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน |